อายุ 19 แล้ว เพิ่งจะเริ่มเล่นไวโอลินคงจะดูช้าไปมาก มันเป็นเครื่องดนตรีที่ดิฉันชอบมานานค่ะ แต่ว่าไม่มีโอกาสได้เล่นเสียที มัวแต่ไปเห็นอย่างอื่นว่าสำคัญกว่า
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ทำให้ดิฉันมานั่งพิมพ์อยู่ตรงนี้นี่แหละค่ะ
ดิฉันตัดสินใจไปที่ร้าน Frank Brothers ชั้น 26 ตึกชาญอิสระ (สีลม) กับพ่อและแม่ ฉันอยากให้ไวโอลินตัวแรกของฉันมีความหมาย มาจากร้านดีๆ และฉันจะจำมันไปตลอด
ร้านนี้ขายเครื่องสายโดยเฉพาะ เรื่องไวโอลินนั้นมีราคาตั้งแต่ 2000 จนถึงหลักหลายล้าน ดิฉันเลยไม่ห่วงว่าร้านนี้จะเฉพาะสำหรับคนกระเป๋าหนักๆเท่านั้น บรรยากาศในร้านก็ไม่ได้ตกแต่งอะไรเลิศหรู แต่ว่าก็ดูดี และสบาย ดิฉันไม่รู้สึกอึดอัดเลย ไม่รู้สึกว่าฉันจะต้องทำตัวยังไงดีเนี่ย
พนักงานที่เคาท์เตอร์ตรงประตูมาต้อนรับเรา ฉันบอกกับเขาว่าฉันอยากได้ไวโอลิน ฉันกำลังจะเริ่มเรียน พนักงานคนนี้เป็นคนเดียวกับที่รับโทรศัพท์ฉันแน่ๆ (ดิฉันโทรไปสองวันก่อนจะไปร้าน) ระหว่างที่คุยโทรศัพท์ดิฉันรู้สึกเหมือนว่าร้านนี้จะเหมือนร้านในเรื่อง The Piano Shop on the left bank หรือเปล่านะ ที่คนที่มาร้านจะต้องมีคนรู้จักแนะนำมา แต่คงไม่ขนาดนั้น ฉันนี่ชอบจิตนาการไปเอง เขาถามดิฉันว่าไม่เคยมาร้านนี้ก่อนหรอ? แล้วรู้จักร้านนี้ได้ยังไง? ดิฉันก็บอกไปว่ารู้มาจาก board ของ pantown ค่ะ
ฉันขอดูไวโอลินตัวที่ราคาไม่เกิน 10,000 ก็มีสองราคาคือ 5 พันกว่าๆ กับ 7 พันกว่าๆ ฉันอยากฟังเสียง แต่พนักงานเล่นไม่เป็น เราเลยต้องรอซักครู่ เขาบอกว่า "จะหาคนเล่นเป็นมาให้" พ่อฉันเริ่มถามเรื่องไม้ที่ทำ พนักงานคนนั้นก็ให้ความรู้ได้พอสมควร แต่หลังจากที่ "คนเล่นเป็น" มา เราก็ได้เริ่มบทสนทนาและการเลือกไวโอลินร่วม 4 ชั่วโมง ณ ร้าน Frank Brothers
"คนเล่นเป็น" คนนั้นคือผู้จัดการร้าน (คุณไก่) จริงๆแล้วเขาได้เล่นไวโอลินมาก่อน เขาเล่นทรัมเป็ตต่างหาก แต่เพิ่งจะมาหัดเล่นไวโอลิน และเขาก็พอจะเล่นเป็นเพลงได้ ที่ว่าบทสนทนาและการเลือกไวโอลินร่วม 4 ชั่วโมงนั้น ดิฉันคงจะไม่เล่าละเอียด ไม่งั้นวันนี้คงพิมพ์ไม่จบแน่
คุณไก่เริ่มอธิบายตั้งแต่วิธีการทำไวโอลินเลยล่ะ โดยมีให้ดูตั้งแต่ไม้ก่อนที่จะนำมาทำไวโอลิน ไม้ท่อนนั้นราคาร่วมสองหมื่นบาท ยังทำได้แค่แผ่นหลังของไวโอลินเท่านั้น ! กรรมวิธีกว่าจะได้ไวโอลินมา มันช่างนานเหลือเกิน แค่ไม้ที่ตัดแล้วยังต้องทิ้งไว้ตั้ง 30-40 ปี! แล้วเรื่องของสีที่ทาถ้าเป็นสี่ที่ผสมน้ำมันละก็ ช่างดีๆเขามีกรรมวิธีกันถึง 1 ปีทีเดียว
ไวโอลินแต่ละตัวยังไงก็ไม่เหมือนกัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเสียง แค่ลายไม้ก็ไม่เหมือนกันแล้ว ฉันยังนึกอยู่ว่าฉันจะเคยได้ยินเสียงไวโอลินจริงๆไหม เพราะว่าไวโอลินตัวเดียวกัน ใช้คันชักคนละอันเสียงก็ไม่เหมือนกันแล้ว!
คุณไก่ทั้งสีสายเปล่าทั้งเล่นเพลงง่ายๆให้ฉันฟัง เพื่อให้เลือกไวโอลิน ถ้ามีลูกค้าคนไหนที่เล่นไวโอลินเก่งๆเข้ามา เขาก็จะขอให้ลูกค้าเล่นให้ดู วันนั้นดิฉันฟังไวโอลินตั้งแต่ตัว 2 พัน ยังตัว 8 แสนเลยละค่ะ
คุณไก่แนะนำตัวละ 5 หมื่นปลายๆให้ฉัน ซึ่งตัวนั้นเป็นแบบตระกูล Stradivari ตกแต่งแบบ Antique ช่างที่ทำก็เก่งแหะ ทำให้มันมีรอยเหมือนเป็นของเก่าได้อย่างสวยงาม ดิฉันนั่งคิดอยู่นานเลยละค่ะ ระหว่างฟังเขาเล่นไวโอลินตัวโน้นตัวนี้ให้ฟัง ฉันได้ลองถือไวโอลินหลายตัวเหมือนกัน แต่มีตัวนั้นตัวเดียวนี่อยู่ดีๆก็นั่งกอดมัน
นอกจากจะเลือกไวโอลินแล้ว คันชักก็สำคัญไม่แพ้กัน เขาเลือกคันชักอันที่ถูกที่สุดของดีที่สุดในร้านมาให้ ต่อจากนั้นฉันก็ต้องเลือกระหว่างคันชักสองอัน แม้จะเป็นแบบเดียวกันแต่เสียงที่ออกมาก็ต่างกัน แล้วฉันก็เลือกอันที่เล่นแล้วเสียงนุ่มกว่า อีกอันจะให้เสียงดังกังวาล
accessories อย่างอื่นก็ยังมี กล่องเก็บ ที่รองบ่า ยางสน และ tuner ทุกอย่างร้านนี้เขาใส่ใจเลือกให้ อธิบายวิธีดูอะไรทุกอย่าง เขาไม่ได้โน้มนาวให้ฉันเลือกแบบนี้ๆ เขาให้ดู แนะนำ อธิบาย ที่เหลือฉันมั่นใจว่าฉันมีส่วนตัดสินใจเยอะ
คุณไก่บอกว่าร้านนี้ทุกคนเหมือนพี่น้องกัน ฉันเชื่อเลยแหละ มีน้องคนหนึ่งที่เขามาซื้อของ เขาเล่นไวโอลินเพื่อให้ฉันฟังเสียงเปรียบเทียบด้วย เขาบอกกับคุณไก่ พร้อมหัวเราะว่า ไม่เล่นแล้วค่ะ มาร้านนี้ทีไรอยู่นานทุกที นอกจากนี้ฉันยังได้รู้ที่มาของคำว่า Frank ตอนแรกฉันนึกว่าเป็นร้านของเยอรมัน แต่ว่าจริงๆแล้วเป็นร้านคนไทยนั่นแหละ Frank คือแปลว่าตรงไปตรงมา หมายถึงเขาค้าขายแบบซื่อตรงนั่นเอง ร้านนี้มีสาขาที่สิงคโปร์ด้วย ซึ่งน้องชายเขาดูแลอยู่
สุดท้ายแล้วดิฉันก็ได้ไวโอลินตัวที่กอดไว้นั่นแหละค่ะ แม่บอกว่าถ้าจะเลิกเล่นเมื่อไหร่ให้นึกถึงวันนี้ไว้ ว่าคุณไก่ช่วยเหลือเราขนาดไหน ไม่ว่าจะแนะนำของ นั่งอธิบายโน้นนี่ เรื่องราคา (ขอสงวนเรื่องนี้ไว้นะคะ) ที่ร้านจะช่วยหาครูสอนให้อีกด้วย !
Thanks : คุณพ่อ คุณแม่ คุณไก่ คุณชาญชัย (พนักงานร้าน) แม่บ้าน (ที่เอาน้ำมาให้) โอม (สำหรับการช่วยเหลือเรื่องดนตรีทุกเรื่อง)